ตลาดการเงินวันนี้ค่อนข้างเชื่อมโยงกัน ดอกเบี้ยจากเฟดที่ค้างอยู่กำลังสร้างความกดดันให้กับทุกสิ่ง ผมเห็นว่าหลายสถาบันการเงินระดับโลกต่างประเมินตรงกันว่า Fed น่าจะแช่แข็งอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50%-3.75% ต่อไปอีกเป็นเวลานาน อาจจะไม่ลดลงในปี 2026 เพราะเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ยังดื้อรั้นกว่าที่คาดไว้ และตลาดแรงงานแข็งแกร่งเกินไป ความหวังว่าจะมีเม็ดเงินราคาถูกมาช่วยตลาดนั้นคือเรื่องเพ้อฝัน นักลงทุนต้องเลิกหลอกตัวเองแล้ว เพราะต้นทุนทางการเงินสูงจะยังคงอยู่ต่อไปอีกเป็นปี



ทองคำกำลังเป็นจุดสนใจ ราคาพุ่งขึ้นมาตามความกลัวจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง Donald Trump ปัดตกข้อเสนอสันติภาพของอิหร่าน ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้น ดันราคาน้ำมันและความเสี่ยงให้พุ่งตาม ใครที่เก็งกำไรในทองคำต้องเข้าใจว่าจังหวะนี้คือการเล่นกับความกลัวของตลาด ถ้าความขัดแย้งยังไม่คลี่คลาย ทองคำจะยังคงเป็นที่หลบภัยที่เงินทุนไหลเข้าหา

ฝั่งคริปโตเดือดไม่แพ้กัน Bitcoin ปรับตัวลดลงเล็กน้อยเหลือประมาณ 78,000 ดอลลาร์ แต่ที่น่าสังเกตคือเงินสถาบันยังคงไหลเข้ามาเก็บสะสมอย่างต่อเนื่อง MicroStrategy ยังดึงดูดเม็ดเงินได้มหาศาล ตลาดคริปโตตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของรายย่อยปั่นราคาตามอารมณ์อีกต่อไป แต่มันคือพื้นที่ที่สถาบันใหญ่เข้ามาคุมเกมและวางสถานะระยะยาว

กลับมาดูตลาดหุ้นบ้านเรา SET Index วนเวียนอยู่แถว 1,493 จุด ภาพรวมยังเหนื่อยเพราะเงินเฟ้อไทยกระโดดไปถึง 2.89% ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบกว่าปี นี่คือจุดกดดันใหญ่ต่อการฟื้นตัว แต่ถ้าให้มองหาโอกาสท่ามกลางฝุ่นตลบ ตอนนี้ต้องโฟกัสไปที่หุ้นที่จะได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ "ไทยช่วยไทย พลัส" และหุ้นแข็งแกร่งอย่าง AOT ที่เพิ่งบวกกลับมาได้ 2.4% ในบริบทที่ดอกเบี้ยยังสูง การลงทุนในหุ้นไทยต้องคัดแบบรายตัว เน้นพื้นฐานและกระแสเงินสด ไม่ใช่หลับตาซื้อแล้วหวังว่าดัชนีจะพาดันขึ้นไปยกแผง
BTC-2.07%
このページには第三者のコンテンツが含まれている場合があり、情報提供のみを目的としております(表明・保証をするものではありません)。Gateによる見解の支持や、金融・専門的な助言とみなされるべきものではありません。詳細については免責事項をご覧ください。
  • 報酬
  • コメント
  • リポスト
  • 共有
コメント
コメントを追加
コメントを追加
コメントなし
  • ピン留め